ภาคเอกชนเสนอ “คนละครึ่ง” เพิ่มวงเงินเป็น 200 บาทต่อวัน
ภาคเอกชนเสนอ “คนละครึ่ง” เพิ่มวงเงินเป็น 200 บาทต่อวัน จากเดิม 150 บาทต่อวัน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะนําโครงการคนละครึ่งกลับมาใช้ ซึ่งข่าวดีอย่างหนึ่งที่คาดว่าจะสามารถดําเนินการได้เร็ว คือ ภาคเอกชนมีความพร้อมที่อยากจะช่วยเหลือในในโครงการนี้ โดยการยินดีที่จะแชร์ข้อมูลร้านอาหารให้กับให้กับกระทรวงการคลังในการทําฐานข้อมูล คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิ์อยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที
ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนก็มีระบบออฟไลน์รองนับ รวมถึงในช่วงที่มีกิจกรรมจะมีส่วนลดพิเศษ เช่น การลดค่าจีพีสําหรับการใช้โครงการคนละครึ่ง คือ สิ่งที่ทางสมาคมเสนอมา
นายสิริพงศ์ เผยว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการเป็น 200 บาทต่อวัน จากเดิม 150 บาทต่อวัน ซึ่งพรรคได้รับข้อเสนอดังกล่าวไว้ แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลในช่วงรอยต่อ และมีงบประมาณจำกัด รวมถึงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่จะไม่มีการกู้เงินเพิ่ม ทำให้วงเงินอาจไม่สูงเท่าที่เสนอมา แต่ยืนยันว่าโครงการจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน
นายสิริพงศ์ เผยต่อว่า เราได้รับก็ฟังปัญหาจากโครงการเก่าที่มีผลกระทบ เช่น หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่มากเกินไป และ ระยะเวลาในการใช้งาน หรือวงเงินในการใช้งานก็เป็นเรื่องที่มีการหารือกัน รวมถึงเรื่องการเก็บภาษีย้อนหลังที่ร้านค้ากังวลมาก กลัวว่าเวลาเข้าโครงการแล้วจะต้องไปเสียภาษีย้อนหลัง ทั้งนี้ ยืนยันว่าแนวคิดของ นายอนุทิน คือ ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง อีกทั้ง ยังมีแนวคิดในเรื่องสิทธิประโยชน์ สําหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีที่อาจจะเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นเท่าไหร่ ต้องรอท่านนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงเอง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการเชื่อมระบบจากภาคเอกชนเข้ามาสู่ระบบของหน่วยงานภาครัฐ กับโครงการคนละครึ่งที่มีอยู่ มีการพูดคุยรายละเอียดกันอย่างไร นายสิริพงศ์ เผยว่า จะมีการหารือกันในเรื่องนี้ และขอช่องทางการติดต่อให้หลังบ้านได้ติดต่อกันระหว่าง แอปพลิเคชั่นของภาคเอกชน กับ แอปเป๋าตังค์ อาจจะเป็นการนัดพูดคุกันนอกรอบในขั้นตอนต่อไป
ส่วนในกรณี สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีทางสมาคมเสนอมาว่า อาจจะเป็นเรื่องของการที่ให้ไปอบรมพัฒนาต่อยอด หรือพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอยากจะอยากจะให้โครงการนี้เป็นโอกาสเริ่มต้นของการพัฒนาตนเองของผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน
ด้าน นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เผยว่า โครงการคนละครึ่งคือความหวังของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาเศรษฐกิจ เคยพยายามเสนอโครงการนี้กับรัฐบาลชุดที่แล้วแต่ไม่เป็นผล เนื่องจากเหตุผลว่าชื่อโครงการเหมือนกับรัฐบาลชุดก่อนหน้า
นอกจากนี้ นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ยืนยันว่าแพลตฟอร์มต่างๆ มีความพร้อมในการเชื่อมต่อระบบ และยินดีที่จะแบ่งปันฐานข้อมูลร้านอาหารที่มีอยู่เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนให้กับร้านค้า
ด้านนางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า Grab ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เข้าหารือกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อเช้าที่ผ่านมา โดยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่หากมีการนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้งเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งร้านขนาดเล็กและขนาดกลางที่น่าจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก
ซึ่งจากฐานข้อมูลที่ Grab เคยสนับสนุนโครงการเมื่อสามปีที่แล้วพบว่าโครงการนี้สามารถสร้างผลเชิงบวกที่เป็นรูปธรรม โดยร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการในช่วงที่ผ่านมามียอดขายเติบโตขึ้นสูงสุดถึง 5 เท่า
หากรัฐบาลประกาศโครงการอย่างเป็นทางการ Grab พร้อมร่วมผลักดันทั้งในรูปแบบของแคมเปญการตลาด การให้ส่วนลด หรือโปรแกรมแพ็คเกจเพื่อจูงใจร้านค้าต่างๆ
ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวสรุปว่า การหารือกันวันนี้ ก็นําข้อเสนอทั่งหมดไปเสนอให้ กับท่านว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทําการบ้านไว้รอก่อนมีการแถลงนโยบาย หลังจากที่มีการประชุม ครม. เพื่อดำเนินการให้เร็วที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB